หาเงินกันมาเหนื่อยแล้ว ทุกคนคงอยากจะรักษาเงินของตนเอาไว้ หรือ ให้ดียิ่งกว่านั้นคือทำให้งอกเงยขึ้นเรื่อยๆ รึเปล่าคะ ถ้าใช่ เรามาเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว โดยการทำความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยของบัญชีเงินฝากกันดีกว่าค่ะ
ในตลาดนั้นมีบัญชีเงินฝากหลากหลายแบบ ซึ่งส่วนใหญ่ที่บุคคลทั่วไปใช้กัน ได้แก่…
- บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (Savings Account) : เก็บออมและใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
- มีสภาพคล่อง ไม่มีการกำหนดระยะเวลาในการฝาก-ถอน
- ดอกเบี้ยไม่สูงมาก และ มักจะต่ำกว่าแบบฝากประจำ
- สามารถเชื่อมต่อกับบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตเพื่อถอนเงินหรือชำระค่าใช้จ่ายได้
- บัญชีเงินฝากประจำ (Fixed Deposit Account) : ออมเงินระยะยาวเพื่อเพิ่มพูนทรัพย์สิน
- มีกำหนดระยะเวลาในการฝากที่แน่นอน (เช่น 3, 6, 12 เดือน)
- มักให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์
- ไม่สามารถถอนเงินก่อนครบกำหนดได้ หากถอนก่อนอาจเสียดอกเบี้ย หรือไม่ได้ดอกเบี้ยเลย
สิ่งที่แตกต่างของสองบัญชีนี้เลย คือ ระยะเวลาในการฝาก และ อัตราดอกเบี้ย ทีนี้ ปัจจุบัน ธนาคารคงเล็งเห็น ถึงความต้องการของผู้บริโภคว่า คงจะดี ถ้ามีบัญชีที่สามารถฝากแล้วได้ทั้งสภาพคล่องและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จึงได้เกิดเป็น บัญชีออมทรัพย์ดอกสูง ซึ่งบัญชีชนิดนี้จะสามารถเบิก-ถอนได้ตามต้องการและได้ดอกที่มากกว่าออมทรัพย์ทั่วไป
สิ่งที่ต้องดูในการเลือกบัญชีเงินฝาก
- ความสะดวกในการฝาก – ถอน
- % อัตราดอกเบี้ยต่อปี
- ความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ย เช่น รายเดือน, รายไตรมาส, รายครึ่งปี (6 เดือน), รายปี
**สิ่งนี้ยิ่งจ่ายบ่อยยิ่งดี เพราะจะทำให้ได้ดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) - ดอกเบี้ยที่ได้เสียภาษีรึเปล่า : ภาษีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ หากได้ดอกเบี้ยทุกบัญชีรวมกันเกิน 20,000 บาท ภายในปีภาษีนั้นๆ (โดยคิดตั้งแต่บาทแรก) จะโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% รายละเอียดเพิ่มเติม
- ยอดเงินฝากที่จะทำให้เราได้อัตราดอกเบี้ยสูงสุด อยู่ที่ไม่เกินกี่บาท / อยู่ที่ช่วงเงินเท่าไหร่
การคิดโดยเบี้ยโดยปกติ มีด้วยกัน 2 แบบได้แก่
- นับตั้งแต่บาทแรก : หากยอดเงินฝากเกินวงเงินที่ธนาคารกำหนด เงินในบัญชีทั้งหมดจะถูกยกไปคำนวนดอกเบี้ยในอัตราใหม่ตั้งแต่บาทแรก
- ตัวอย่างเช่น บัญชีกำหนดวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท ได้ดอกเบี้ย 3% และส่วนที่เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ได้ดอกเบี้ย 1% หากเป็นการคิดแบบ นับตั้งแต่บาทแรก แล้วมีการฝากเงินเข้าบัญชี 50,000 บาท – ยอดทั้งหมด 50,000 จะถูกคิดในอัตราดอกเบี้ยที่ 1%
- แบบขั้นบันได: เป็นการคิดอัตราดอกเบี้ยโดยแยกสัดส่วนตามช่วงวงเงินที่กำหนด
- ตัวอย่างเช่น บัญชีกำหนดวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท ได้ดอกเบี้ย 3% และส่วนที่เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ได้ดอกเบี้ย 1% หากเป็นการคิดแบบ ขั้นบันได แล้วมีการฝากเงินเข้าบัญชี 50,000 บาท – ดอกเบี้ยจะถูกคิดแยกเป็น 30,000 ได้ 3% และ 20,000 ได้ 1%
Info Update 5 Feb 2023

ทีนี้ทุกคนคงมีแนวทางในการเลือกบัญชีเงินฝากที่ตอบโจทย์และเหมาะสมกันแล้ว ขอให้เป็นปีที่สุขสบายและการเงินมั่นคงทุกท่านค่ะ หากใครกำลังเจออะไร ก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ
รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร
https://www.innovestx.co.th/promotions/detail/USD-deposit-offshore
https://bank.kkpfg.com/th/personal-banking/deposit/savings-account
https://www.ttbbank.com/th/personal/spend-save/savings-account/ttb-me-save
https://www.cimbthai.com/th/personal/products/accounts/savings-account.html
https://www.keptbykrungsri.com/home
https://krungthai.com/th/personal/deposits/212/345
https://www.scb.co.th/en/personal-banking/deposits/savings-account/easy-saving-account.html
https://www.bangkokbank.com/th-TH/Personal/Save-And-Invest/Save/e-Savings-Account
กรมสรรพากร ประกาศภาษีเงินได้ https://www.rd.go.th/3187.html
