Book Review : กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ

หนังสือ: กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ
เขียนโดย: เทพ รุ่งธนาภิรมย์

หลังจากที่ผู้เขียน ได้ลองผิดลองถูกในตลาดหุ้นมาอย่างยาวนาน และอยู่รอดผ่านช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งมาได้ จึงตกผลึกเป็น กลยุทธ์หุ้นห่างทองคำ คัมภีย์เคล็ดลับในการค้นหาหุ้นคุณภาพดี ที่จะทำให้เราได้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงินกัน

บทที่ 1: เป็นไททางการเงิน

เริ่มจากการวางแผนอิสรภาพทางการเงินกันก่อน

ในหนังสือได้กล่าวนะคะว่า เศรษฐีนั้นเขาใช้เงินทำงานเพื่อให้เกิดผลตอบแทน และผลตอบแทนนั้นจะต้องสามารถสร้างความเป็นอิสระทางการเงินได้ด้วย และหนทางเป็นไทนั้นมีหลายวิธีเลยค่ะ ดังนี้…

  • สร้างรายรับจากการให้เช่าทรัพย์สิน
  • รายรับจากลิขสิทธิ์ทางปัญญา
  • รายได้จากดอกเบี้ย
  • รายได้จากเงินปันผล

ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การมีรายรับจากการลงทุนมากกว่ารายจ่าย

ตัวอย่าง การวางแผนอิสรภาพทางการเงิน

วางแผนระยะยาว ว่าต้องการมีเงินจับจ่ายใช้สอยต่อเดือนเท่าไหร่ ในระยะเวลากี่ปี ยกตัวอย่างเช่น…

ภายใน 10 ปี ต้องการมีเงินใช้เดือนละ 20,000 หมายความว่าต้องได้ผลตอบแทนจากการลงทุนปีละ 240,000 (20,000 บาท x 12 เดือน)

ดังนั้นหากคิดที่อัตราผลตอบแทนขั้นต่ำจากการลงทุนอย่างน้อย 10% ปี แสดงว่าในปีที่ 10 จำเป็นต้องมีเงินต้นสำหรับลงทุนที่ 2,400,000 เพื่อให้ได้ผลตอบแทนเดือนละ 20,000 หากคิดย้อนกลับไปก็เท่ากับว่า ในปีที่ 1-10 จะต้องเก็บสะสมเงินมาลงทุนปีละ 240,000 หรือเดือนละ 20,000 หรือวันละ 667 บาท

พอครบ 10 ปี ก็จะมีเงินเก็บเท่ากับ 240,000 บาท x 10 ปี = 2,400,000 บาท ไว้สำหรับลงทุน

บทที่ 2: เข้าถ้ำเสือ

ก่อนจะเข้าถ้ำเสือไปล่าขุมทรัพย์ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลุย การลงทุนในตลาดหุ้นมีสองด้านเสมอ คือไม่กำไร ก็ขาดทุน ต้องดูให้ดี

บริษัทจดทะเบียนคุณภาพดี ก็เปรียบเสมือน เครื่องจักรทำกำไร และ เครื่องจักรจ่ายเงินสดให้กับเรา

เคล็ดลับอย่างหนึ่งก็คือ “การเลือกหุ้นที่ดี” ส่วนความหมายของคำว่าหุ้นที่ดีนั้นก็คือหุ้นที่มีผลประกอบการดี จะเป็นหุ้นขนาดเล็ก หรือ หุ้นขนาดใหญ่ก็ได้ หลังจากซื้อแล้วไม่ต้องรีบขาย ให้ถือไว้ก่อนรอเงินปันผล และเมื่อมีคนมาเสนอราคาดี จึงค่อยทยอยขายออกกินส่วนต่าง และซื้อกลับเมื่อราคาลดลง เป็นการถัวเฉลี่ยต้นทุนให้ต่ำ

ดังนั้น สภาพคล่องของหุ้น จึงไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่หากเป็นสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่สำคัญกว่า

คุณสมบัติของหุ้นที่ดีและเข้าข่ายเป็นห่านทองคำ

หุ้นที่ดี

  • มีผลประกอบการดี จะเป็นหุ้นขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้

เข้าข่ายเป็นห่านทองคำ

  • ต้องมีความสามารถในการทำกำไร โดยกำไรสะสมจะต้องเป็นบวก
  • มีหนี้ไม่มากจนเกินไป หนี้สินต่อทุนต้องไม่สูงนัก
  • มีโนบายการจ่ายเงินปันผลที่สามารถพิสูจน์ได้ หรือมีความเป็นไปได้

**ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นการวัดว่า เราลงทุนอยู่กับบริษัทที่มีความเสี่ยงมากน้อยขนาดไหน**

งบการเงินของบริษัทนั้นเปรียบเสมือน พรมวิเศษ และ กระจกวิเศษ ที่จะนำพาท่านไปพบกับ ขุมทรัพย์ลายแทง เพื่อให้ได้มาซึ่ง ห่านทองคำ นั่นเอง

บทที่ 3: หุ้นห่านทองคำ

เมื่อก้าวเข้าถ้ำเสือแล้ว สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การค้นหาหุ้นห่านทองคำ

และนิยามความหมายของคำว่าหุ้นห่านทองคำในที่นี้คือ หุ้นที่ให้ผลตอบแทนเป็น เงินปันผล สม่ำเสมอ เสมือนห่านที่ออกไข่ทองคำได้ทุกวัน ต่างตรงที่หุ้นจะจ่ายปันผลเป็นตามรอบบัญชีที่บริษัทนั้นๆกำหนด

จากการสังเกตของผู้เขียน ข้อดีของการมีหุ้นห่านทองคำอยู่ในพอร์ตคือ เมื่อถึงคราวที่ภาวะภาพรวมตลาดหุ้นไม่ดี ถึงแม้ราคาหุ้นที่พื้นฐานดีจะตกลงไปบ้างตามกระแส แต่นั่นก็ถือเป็นโอกาสที่จะซื้อหุ้นเพิ่มเข้ามาในพอร์ต เพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนให้ถูกลง

เมื่อเปรียบเสมือน ห่าน เป็น หุ้น หุ้นห่านทองคำ จึงเป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีโครงสร้าง มีมันสมอง มีหัวใจ เพราะเบื้องหลังหุ้นก็คือ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีผลกำไรดี สามารถจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ

ดังนั้น หุ้นห่านทองคำที่ดี จะต้องกำเนิดมาจากโครงสร้างของบริษัทที่ดี อันประกอบไปด้วย

จากผังภูมิ สิ่งสำคัญที่ผู้บริหารควรมีต่อผู้ถือหุ้นก็คือ พวกเขาจะต้องบริหารบริษัทอย่างมีเป้าหมาย มีวิสัยทัศที่ดี บริหารตามภารกิจที่ได้กำหนดไว้ ด้วยสติปัญญา ทักษะ การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และ ทีมเวิร์ค เพื่อสร้างมูลค่าของบริษัท ให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการดูแลให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียม ระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายย่อย

หากผลที่ได้จากการบริหาร ก่อให้เกิดผลตอบแทน (return) สูงกว่าต้นทุนถัวเฉลี่ยทางการเงิน (weighted average cost of capital) แก่ผู้ถือหุ้นในระดับสูง บริษัทนั้นถือว่า ประสบความสำเร็จ

ลักษณะของห่านทองคำที่ในหนังสือได้นิยามไว้ก็คือ บริษัทที่มีกำไรสะสมเป็นบวก มีเงินสด หนี้สินต่ำ มีการเติบโต เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่า เราจะได้รับ ไข่ทองคำ หรือ เงินปันผล นั่นเอง

สิ่งที่ใช้ในการพิจารณาก่อนเลือกห่านทองคำก็คือ การดูว่าห่านแต่ละตัวมีสไตล์ในการออกไข่แบบไหน โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่

  • แบบคงที่
    • ไม่ว่าบริษัทจะกำไรมากหรือน้อย ก็จะจ่ายปันผลในอัตราคงที่ หรือแม้แต่นำกำไรสะสมมาจ่ายในช่วงที่บริษัทมีผลประกอบการขาดทุน
  • แบบอัตราส่วนเทียบกับกำไรสุทธิ
    • บริษัทจะจ่ายเงินปันผลเป็นเปอร์เซนต์ขึ้นอยู่กับกำไรสุทธิ (payout ratio) เช่น บริษัทมีกำไรสุทธิ 5 บาทต่อหุ้น และมีนโยบายจ่ายเงินปันผล 60% เราก็จะรับเงินปันผล 3 บาทต่อหุ้น
  • แบบไม่แน่นอน
    • ถ้าบริษัทไหนกำหนดนโยบายจ่ายเงินปันผลไว้ว่า การจ่ายเงินปันผลให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรรมการ ความไม่แน่นอนในการจ่ายเงินปันผลจะมีสูงมาก ทำให้มีโอกาสไม่ได้รับไข่ทองคำ

บทที่ 4: คัดเลือกหุ้นห่านทองคำ

การลงทุนแบบหุ้นห่านทองคำนั้น จุดประสงค์หลักก็เพื่อ เก็บสะสม ห่านทองคำให้มากที่สุด ในราคาต้นทุนที่ลดลงตลอดเวลา และหวังว่าจะได้รับเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่สุดท้าย เราจะสามารถหากระแสเงินสดรับเข้า ให้มีจำนวนมากพอจนกระทั่ง ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของเราได้

1. คัดสรรหุ้นผลตอบแทนสูงสุด

ให้คัดสรรหุ้นที่มีผลตอบแทนสูงสุด 10-20 อันดับแรก ในการนำมาวิเคราะห์ก่อน โดยดูจาก กำไรสุทธิ เพราะการที่บริษัทมีกำไรมาก ก็ย่อมมีโอกาสที่จะจ่ายปันผลมาก โอกาสการเป็นเจ้าของไข่ทองคำก็ย่อมมีมากตามมา

นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาด้วยว่าหุ้นที่คัดมาแล้วนั้น มีขาดทุนสะสมอยู่หรือไม่ เนื่องจากเราจะไม่ได้ไข่ทองคำหากหุ้นมีขาดทุนสะสมอยู่ ยกเว้นกรณีหักขาดทุนสะสมจนเกือบจะหมดแล้ว หรือที่เราเรียกกันว่าหุ้น turnaround ก็อาจจะพิจารณาคัดเลือกเข้าพอร์ตลงทุนได้ เพียงแต่ไข่ทองคำที่ได้อาจจะใบไม่ใหญ่มาก แต่เป็นสัญญาณที่ดี

หลังจากเราแน่ใจว่าหุ้นที่คัดมาเป็นหุ้นปันผลหรือห่านทองคำแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือดูว่าหุ้นตัวไหนให้อัตราผลตอบแทนสูงสุด (dividend yield) หุ้นที่เราเลือกควรให้อัตราผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 7% แต่ในบางกรณีผลตอบแทนที่ 5-6% ก็อาจจะเลือกไว้ลงทุนได้ หากเราได้หุ้นตัวนั้นมาในต้นทุนที่ต่ำ

2. ตั้งคำถามยุทธศาสตร์ 4 ข้อ

เพื่อให้ได้ข้อมูลในการคัดเลือกหุ้นห่านทองคำที่ชัดเจนขึ้น เราจึงต้องตั้งคำถามกับหุ้นที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกมาแล้วว่า…

  • ทำธุรกิจอะไร : จะต้องสาวลึกไปถึงรายละเอียดสินค้า ราคา ต้นทุน การแข่งขัน ลูกค้า การตลาด กำลังการผลิต การจัดจำหน่าย กระบวนการผลิต วัตถุดิบ อำนาจการต่อรอง ความเสี่ยง ทรัพย์สิน และการใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด แฟรนไชน์ ความสัมพันธ์ลูกโซ่ของกิจการ เครือข่าย โครงสร้างทุนและเงินปันผล คำตอบของคำถามเหล่านี้ ต้องออกมาในแง่ดีมากกว่าแย่
  • ผู้บริหารคือใคร : เราต้องคำนึงถึง ประสบการณ์ ภูมิหลัง จุดแข็ง เครือข่าย ทีมเวิร์ค การสื่อสาร ทักษะ ความเป็นมืออาชีพ ความเข้มแข็ง การให้ความสำคัญต่อการวิเคราะห์วิจัย การบริหารบุคคล รวมไปถึงธรรมาภิบาล ของผู้บริหาร และถ้ามีโอกาส ควรศึกษาถึงโหงวเฮ้งของบริษัทและผู้บริหาร (โหงวเฮ้ง ในที่นี้หมายถึง การศึกษาประวัติของผู้บริหารทั้งในแง่ ครอบครัว การศึกษา ประสบการณ์ทำงานที่่ผ่านมา ความสัมพันธ์บุคคลอื่นทางธุรกิจ ยิ่งเราเข้าใจผู้บริหารได้ลึกซึ้งเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าใจตัวบริษัทได้ดีขึ้นเท่านั้น)
  • ผลงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร : ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การเติบโตของบริษัท สภาพคล่องของทรัพย์สิน การกู้ยืมเงิน การปรับปรุง ประสิทธิภาพการผลิต ประสิทธิภาพการดำเนินงาน เปรียบเทียบกับผลงานในแต่ละปี มีความก้าวหน้าขึ้นหรือไม่ และเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
  • แผนงาน และแนวโน้มบริษัทในอนาคตเป็นอย่างไร : คำตอบของคำถามนี้จะเป็นตัวชี้นำแนวโน้ม ผลการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งมีผลต่อราคาหุ้นห่านทองคำว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง โดยจะเกี่ยวกับ ความชัดเจนในนโยบายบริษัท การพัฒนา งานระหว่างการเจรจา งานใหม่ๆ การค้นคว้าสิ่งใหม่ๆ การทำวิเคราะห์วิจัย ความเป็นไปได้ในการเติบโต ทั้งหมดนี้อยู่ในลักษณะที่ดีขึ้นหรือไม่ มีข้อจำกัด หรือ ข้อเอื้ออำนวยของกฎระเบียบต่างๆต่อกิจการแค่ไหน และสุดท้าย โอกาสเกิดคู่แข่งรายใหม่

สิ่งที่สำคัญคือการดูว่า กิจการกำลังอยู่ในสถานะไหน ของวงจรทางธุรกิจ เติบโต อิ่มตัว ถดถอย หรือฟื้นตัว บริษัทที่เราจะเข้าไปถือหุ้น มีวงจรธุรกิจสั้นหรือยาว

3. ประเมินเชิงคุณภาพ

เราสามารถทำสิ่งนี้ได้โดยการลิสต์หัวข้อ จุดเด่น จุดด้อย ทั้งหมด แล้วแยกแยะ ข้อดี ข้อเสีย ออกจากกัน จากนั้นดูว่า บริษัทมีข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากัน แล้วข้อดีกับข้อเสียเหล่านั้น ส่งผลกระทบยังไงต่อบริษัทและผลการดำเนินงาน

4. ประเมินเชิงมูลค่า

เราสามารถดูได้จากการพิจารณาประสิทธิภาพของไข่ทองคำที่ต้องการ ที่สอดคล้องกับรูปแบบการจ่ายเงินปันผล โอกาสเติบโตทางธุรกิจ แล้วสรุปออกมาเป็นตัวเลข

จากนั้นนำมูลค่าที่คำนวนได้ ไปเปรียบเทียบกับราคาตลาด เพื่อใช้ในการตัดสินใจเข้าซื้อ

5. ซื้อเก็บเข้าพอร์ตหุ้นห่านทองคำ

หลังจากเจอหุ้นที่ต้องการในราคาที่พอใช้แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็คือซื้อเก็บเข้าพอร์ตและคอยติดตามดูผลงานของบริษัท เพื่อทบทวนและปรับปรุงการลงทุนใหม่เป็นระยะ

ทั้งหมดนี้คือเทคนิคบางส่วนจากหนังสือ หุ้นห่านทองคำ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อนๆสามารถติดตามกันได้ผ่านทาง YouTube Channel: https://www.youtube.com/@flashideas9 ของทางเราได้เลยค่ะ

กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ Part 1/2

กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ Part 2/2

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s